บทที่ 48 อะไรฟรี อะไรต้องจ่าย คุมภาพรวมว่าจ่ายอะไรบ้าง บทนี้ลงลึกกว่านั้นหนึ่งชั้น คือจ่ายเท่าไหร่ และทำไมถึงเท่านั้น

เรื่องนี้สำคัญตอนเริ่มเอา AI ไปรันงานอัตโนมัติ เพราะตอนนั่งพิมพ์เองค่าใช้จ่ายจะคาดเดาได้ แต่พองานวิ่งเองทั้งวัน มันไม่รอให้เราคิด

สไลด์ 1 — โทเคนคือหน่วยที่ถูกคิดเงิน

  • เราพิมพ์คำสั่งกับแนบไฟล์เข้าไป
  • ข้อความถูกตัดเป็นชิ้นเล็กเรียกว่าโทเคน
  • AI ตอบกลับ ก็นับเป็นโทเคนอีกฝั่ง
  • คิดเงินจากทั้งขาเข้าและขาออก

จุดที่คนเข้าใจผิดมากที่สุดคือคิดว่าจ่ายเฉพาะคำตอบ ความจริงคือของที่เราโยนเข้าไปก็นับด้วย และมักเยอะกว่าคำตอบเสียอีก

ยิ่งโยนของเข้าไปเยอะ ยิ่งจ่ายเยอะ ถึงจะยังไม่ได้คำตอบที่ต้องการก็ตาม

สไลด์ 2 — สามอย่างที่ทำให้เปลืองโดยไม่รู้ตัว

  • โยนไฟล์ทั้งไฟล์เข้าไป ทั้งที่ใช้จริงแค่ไม่กี่บรรทัด ตัดเฉพาะส่วนที่ต้องใช้ก่อนส่งจะประหยัดกว่ามาก
  • สั่งไม่ชัด แล้วต้องทำใหม่หลายรอบ ทุกรอบที่ทำใหม่คือจ่ายใหม่ทั้งขาเข้าและขาออก
  • ตั้งงานอัตโนมัติถี่เกินจำเป็น รันทุกชั่วโมงทั้งที่ดูวันละครั้งก็พอ คือการจ่ายค่าเวลาที่ไม่มีใครดู

ข้อสองคือข้อที่แพงที่สุด และเป็นข้อที่แก้ได้ฟรีด้วยการเขียนคำสั่งให้ดีขึ้นตาม บทที่ 25 เขียนคำสั่งให้ AI ทำได้ตรงใจ

ค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่มาจากนิสัยการสั่ง ไม่ใช่จากราคาต่อหน่วยของผู้ให้บริการ

สไลด์ 3 — วิธีวัดของจริง สามขั้น

  • เปิดหน้าสรุปการใช้งานของผู้ให้บริการดูทุกสัปดาห์ ทุกเจ้ามีหน้านี้ ดูห้านาทีต่อสัปดาห์ก็พอ
  • ตั้งเพดานเตือนไว้ล่วงหน้า อย่ารอบิล ตั้งให้มันเตือนตอนใช้ถึงระดับที่เรารับได้
  • แยกกุญแจคนละใบต่อโปรเจค จะได้รู้ว่างานไหนกินเยอะ ไม่ใช่เห็นแค่ยอดรวมก้อนเดียว

ข้อสามคือวิธีที่ง่ายที่สุดที่จะรู้ว่าเงินไปไหน และเป็นข้อที่คนทำทีหลังเสมอ ทั้งที่ทำตอนแรกใช้เวลาห้านาที

ลองทำเลย

ทำสามอย่างนี้วันนี้ ใช้เวลารวมไม่เกินยี่สิบนาที

  • เปิดหน้าสรุปการใช้งานของบัญชี AI ที่ใช้อยู่ ดูว่าเดือนนี้ใช้ไปเท่าไหร่แล้ว
  • ดูว่าวันไหนพุ่งผิดปกติ แล้วนึกย้อนว่าวันนั้นทำอะไร
  • ตั้งเพดานเตือนไว้ที่ระดับที่เรารับได้

คนส่วนใหญ่ทำข้อสองแล้วจะเจอว่ามีวันหนึ่งที่พุ่งเพราะทดลองอะไรสักอย่างแล้วลืมปิด

สไลด์ 4 — ศัพท์ที่ต้องรู้ในบทนี้

  • Token หน่วยนับข้อความ ข้อความถูกตัดเป็นชิ้นเล็ก ๆ แล้วนับเป็นชิ้น
  • Input / Output ขาเข้า ขาออก ที่เราส่งไปกับที่ AI ตอบกลับ นับแยกกันและราคาไม่เท่ากัน
  • Context ของที่แบกไว้ในบทสนทนา ยิ่งคุยยาว ยิ่งแบกเยอะ ยิ่งเปลือง
  • Rate Limit เพดานการใช้ต่อช่วงเวลา ใช้ถี่เกินแล้วโดนหยุดชั่วคราว

เรื่อง Context อธิบายละเอียดไว้แล้วที่ บทที่ 3 Context Window บทนี้แค่เพิ่มมุมว่ามันมีราคาด้วย

งานยาว ๆ ที่คุยต่อกันทั้งวันในหน้าต่างเดียว จะแพงขึ้นเรื่อย ๆ แม้คำถามจะสั้นลง เพราะมันแบกบทสนทนาเดิมไปด้วยทุกครั้ง

เช็คลิสต์ก่อนไปบทถัดไป

  • รู้ว่าคิดเงินทั้งขาเข้าและขาออก ไม่ใช่แค่คำตอบ
  • เปิดหน้าสรุปการใช้งานเป็น และดูอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง
  • ตั้งเพดานเตือนไว้แล้ว
  • แยกกุญแจต่อโปรเจค เพื่อรู้ว่างานไหนกินเท่าไหร่