สองคำนี้โผล่บ่อยมากเวลาคุยเรื่องต่อ AI เข้ากับระบบธุรกิจ และคนสับสนกันเยอะที่สุด
จำสั้น ๆ ก่อนว่า API คือทางเชื่อมข้อมูลระหว่างระบบ ส่วน MCP คือทางที่ทำให้ AI ใช้เครื่องมือเป็น
สไลด์ 1 — หน้าบ้านกับหลังบ้าน
ก่อนเข้าเรื่อง ต้องแยกสองแบบการใช้งานก่อน
หน้าบ้าน คือเปิดเว็บแล้วพิมพ์คุย ใช้ง่าย เหมาะกับงานทั่วไป ไม่ต้องเขียนโค้ด
หลังบ้าน คือเชื่อมระบบของเราเข้ากับ AI ด้วยโค้ด ยืดหยุ่นสูง ปรับแต่งได้ และคิดค่าบริการตามการใช้จริง
ถ้าอยากคุยกับ AI เฉย ๆ ใช้หน้าบ้าน ถ้าอยากให้ AI ทำงานอยู่ในระบบของร้าน ต้องใช้หลังบ้าน
สไลด์ 2 — API คืออะไร
API คือช่องทางที่ทำให้ระบบหนึ่งคุยกับอีกระบบหนึ่งได้ แอปส่งคำขอไป ระบบปลายทางประมวลผล แล้วส่งคำตอบกลับมา
ของที่เราใช้ทุกวันทำงานแบบนี้หมด ทั้งแอปแผนที่ แอปพยากรณ์อากาศ และการชำระเงินออนไลน์
สไลด์ 3 — API ทำงานยังไง
สามจังหวะ คือ ส่งคำขอ → ประมวลผล → ส่งคำตอบกลับ
ตัวอย่างของร้าน เว็บเราส่งคำขอไปที่ระบบขนส่งว่าพัสดุเลขนี้ถึงไหนแล้ว ระบบขนส่งตอบกลับมาเป็นสถานะ เว็บเราเอามาแสดงให้ลูกค้าดู
สไลด์ 4 — MCP คืออะไร
MCP คือมาตรฐานที่ช่วยให้ AI ใช้เครื่องมือได้ง่ายขึ้น แทนที่จะต้องเขียนโค้ดต่อทีละระบบ MCP ทำหน้าที่เป็นสะพานให้ AI เอื้อมไปหยิบไฟล์ ฐานข้อมูล หรือบริการอื่นได้
พูดอีกแบบคือ API ทำให้ระบบคุยกันเอง ส่วน MCP ทำให้ AI เป็นคนไปหยิบของนั้นมาใช้
สไลด์ 5 — MCP ทำงานยังไง
- ผู้ใช้สั่งงาน เช่น ขอให้สรุปยอดขายวันนี้
- AI เข้าใจคำสั่ง
- MCP เลือกเครื่องมือที่ตรงกับงาน
- ดึงข้อมูลจริงจากระบบ
- ส่งผลกลับมาให้ AI เรียบเรียงเป็นคำตอบ
จุดที่ต่างจากการถามลอย ๆ คือคำตอบมาจากข้อมูลจริงของร้าน ไม่ใช่การเดา
สไลด์ 6 — API กับ MCP ต่างกันตรงไหน
| API | MCP | |
|---|---|---|
| หน้าที่ | ให้ระบบคุยกัน | ให้ AI ใช้เครื่องมือ |
| ใครใช้ | แอปหรือโปรแกรม | AI |
| เชื่อมอะไร | ระบบกับระบบ | AI กับเครื่องมือ |
| ภาพจำ | ถนนส่งข้อมูล | ผู้ช่วยพา AI ไปหยิบของ |
สไลด์ 7 — ข้างใน MCP มี API อยู่ไหม
คำตอบคือบ่อยมาก แต่ไม่เสมอไป MCP หลายตัวเรียก API ต่ออีกชั้นหนึ่ง ส่วนบางตัวต่อกับไฟล์หรือฐานข้อมูลได้ตรง ๆ
สรุปคือ MCP ไม่ได้มาแทน API แต่มักใช้ API อยู่ข้างหลัง
สไลด์ 8 — จะรู้ได้ยังไงว่าระบบมีอะไรให้ใช้
- เปิดเว็บทางการของบริการนั้น
- หาหน้าเอกสารสำหรับนักพัฒนา
- ดูรายการว่าให้บริการอะไรบ้าง
- ลองเชื่อมของจริง
สัญญาณว่ามี API คือเจอคำว่า endpoint หรือ auth ส่วนสัญญาณว่ามี MCP คือเจอคำว่า MCP server หรือ tools
อย่าเดา ให้ดูเอกสารและลองของจริง
สไลด์ 9 — เลือกใช้ API หรือ MCP
- มีแค่ API ใช้ API
- มีแค่ MCP ใช้ MCP
- มีทั้งคู่ และเป็นงานที่ให้ AI ทำ ใช้ MCP ง่ายกว่า
- ไม่ได้ใช้ AI และอยากคุมระบบตรง ๆ ใช้ API
สไลด์ 10 — ตัวอย่างจริง ต่อระบบโฆษณาเข้ากับ AI
สไลด์สุดท้ายไล่เส้นทางจริง ตั้งแต่เราพิมพ์คำสั่งเป็นภาษาคน AI เรียกเครื่องมือผ่าน MCP ซึ่งเชื่อมกับระบบโฆษณาโดยยืนยันตัวตนก่อน แล้วอ่านข้อมูลอย่างยอดโฆษณาและผลตอบแทนกลับมาให้
สิ่งที่ควรทำตามคือ เริ่มจากสิทธิ์อ่านอย่างเดียวก่อน ส่วนคำสั่งที่แก้ของจริง เช่น สร้างแคมเปญหรือปรับงบ ควรให้ขออนุมัติจากเราก่อนทุกครั้ง
ลองทำเลย
เลือกบริการที่ร้านเราใช้อยู่หนึ่งตัว แล้วค้นดูว่ามีเอกสารสำหรับนักพัฒนาหรือ MCP ให้ใช้ไหม ถ้ามี ให้ลองต่อแบบอ่านอย่างเดียวก่อน วิธีต่ออยู่ใน บทที่ 22 ต่อ Connector ให้ AI ใช้บริการอื่นได้
เช็คลิสต์ก่อนไปบทถัดไป
- อธิบายความต่างระหว่าง API กับ MCP ได้ในสองประโยค
- รู้วิธีตรวจว่าบริการหนึ่งมีอะไรให้เชื่อมบ้าง
- เข้าใจว่าทำไมต้องเริ่มจากสิทธิ์อ่านอย่างเดียว
- มีบริการอย่างน้อยหนึ่งตัวในใจที่อยากต่อกับ AI










