บทที่ 3 Context Window อธิบายไปแล้วว่าทำไมคุยยาว ๆ แล้ว AI เริ่มลืม บทนี้คือปุ่มที่กดจริงตอนอาการนั้นเกิดขึ้น

มีสามทาง และเลือกผิดทางก็เสียของ ล้างทิ้งทั้งที่ยังต้องใช้ หรือย่อทั้งที่ควรเริ่มใหม่

สไลด์ 1 — คุยยาวจนเริ่มมั่ว คืออาการปกติ

พื้นที่ความจำในหนึ่งบทสนทนาถูกใช้สะสมขึ้นเรื่อย ๆ ทุกคำถาม ทุกคำตอบ ทุกไฟล์ที่แนบ

  • เริ่มคุย ตอบตรงมาก เพราะมีแต่เรื่องที่เกี่ยวข้อง
  • คุยไปเรื่อย ๆ ยังดีอยู่
  • เริ่มถามซ้ำ เรื่องที่เราบอกไปแล้วเมื่อสิบนาทีก่อน
  • ลืมข้อตกลงตอนต้น คำตอบเริ่มกว้าง ๆ ไม่เจาะจงเหมือนตอนแรก

สองอาการหลังคือสัญญาณว่าถึงเวลาเคลียร์แล้ว ไม่ใช่เวลาที่ควรฝืนคุยต่อ เพราะยิ่งฝืนยิ่งได้งานที่ต้องกลับมาแก้

ไม่ใช่ AI ดื้อ แต่โต๊ะทำงานของมันเต็มแล้ว ของที่วางไว้ตั้งแต่เช้าถูกดันตกโต๊ะไปแล้ว

สไลด์ 2 — สามทางออก ต่างกันตรงของที่เหลือ

  • `/compact` ย่อแล้วคุยต่อ สรุปบทสนทนาเดิมให้สั้นลง เก็บสาระไว้ ทิ้งรายละเอียด แล้วทำงานต่อในหน้าต่างเดิม
  • `/clear` ล้างเริ่มใหม่ ลบของเก่าทิ้งทั้งหมด ว่างเปล่า เร็วที่สุด แต่ของเก่าหายหมดจริง ๆ
  • handoff เขียนลงไฟล์ก่อน สรุปสถานะงานเก็บเป็นไฟล์ แล้วค่อยล้าง วันหลังเปิดมาให้อ่านไฟล์นั้นแล้วทำต่อได้

สองอันแรกเป็นคำสั่งที่พิมพ์ได้เลย ส่วนอันที่สามไม่ใช่คำสั่งสำเร็จรูป แต่เป็นนิสัยที่เราต้องทำเอง และเป็นอันที่คุ้มที่สุดสำหรับงานที่กินเวลาหลายวัน

มีอีกอย่างที่ทำงานเองโดยเราไม่ต้องสั่ง คือพอพื้นที่ใกล้เต็ม ระบบจะย่อให้เองอัตโนมัติ ดีตรงที่ไม่พัง แต่มันเลือกเก็บเองว่าอะไรสำคัญ ซึ่งอาจไม่ตรงกับที่เราคิด

สไลด์ 3 — เลือกอันไหน ดูที่ว่าจะทำอะไรต่อ

สถานการณ์ใช้อันไหนเพราะอะไร
งานเดิมยังไม่จบ แต่เริ่มลืม/compactยังต้องใช้ของที่คุยมา แค่ต้องการให้มันเบาลง
จะเริ่มงานใหม่คนละเรื่อง/clearของเก่าไม่เกี่ยว เก็บไว้มีแต่กวนและเปลืองพื้นที่
จะกลับมาทำต่อวันหลังhandoffปิดเครื่องแล้วความจำหายหมด ต้องมีไฟล์

คำถามเดียวที่ตัดสินได้เกือบทุกครั้งคือ ของที่คุยมา ยังต้องใช้ต่อไหม

ถ้าใช่แต่รก ให้ย่อ · ถ้าไม่ใช่ ให้ล้าง · ถ้าใช่แต่จะกลับมาพรุ่งนี้ ให้เขียนไฟล์ก่อนแล้วค่อยล้าง

กฎที่จำง่ายที่สุด งานใหม่คนละเรื่อง ให้ล้างเสมอ อย่าเสียดาย เพราะบทสนทนาเก่าที่ไม่เกี่ยวจะทำให้มันเดาผิดทิศ และยังกินค่าใช้จ่ายด้วยตาม บทที่ 49 ต้นทุนโทเคน วัดจริงไม่ใช่เดา

สไลด์ 4 — คำสั่งที่ก๊อปไปใช้ได้เลย

ย่อแบบสั่งทิศทางเองได้ — อย่าย่อเปล่า ๆ ให้บอกด้วยว่าอยากให้เก็บอะไรไว้

/compact เก็บเฉพาะสิ่งที่ตกลงกันไว้ กับงานที่ยังค้างอยู่
รายละเอียดที่ลองแล้วไม่เวิร์ก ตัดทิ้งได้

เขียนไฟล์ส่งต่อก่อนปิด — สั่งเป็นภาษาคนได้เลย

สรุปสถานะงานตอนนี้ลงไฟล์
ใส่ว่าทำอะไรไปแล้ว ค้างอยู่ตรงไหน ขั้นต่อไปคืออะไร
เขียนให้คนที่ไม่เคยเห็นงานนี้อ่านแล้วทำต่อได้

บรรทัดสุดท้ายของก้อนที่สองคือหัวใจ เพราะไฟล์ที่เขียนแบบ "เตือนความจำตัวเอง" จะอ่านไม่รู้เรื่องในอีกสามวัน ตอนที่เราลืมไปแล้วว่าคุยอะไรกันไว้

ย่อโดยไม่บอกทิศทาง มันจะเก็บผิดเรื่อง เช่นเก็บโค้ดที่ลองแล้วไม่ผ่านไว้ แต่ทิ้งข้อตกลงเรื่องดีไซน์ที่เราคุยกันตั้งนาน

ลองทำเลย

รอบหน้าที่ทำงานยาวข้ามวัน ลองครบวงจรนี้หนึ่งรอบ

  • ทำงานไปจนรู้สึกว่าเริ่มถามซ้ำ แล้วสั่ง /compact แบบบอกทิศทาง ไม่ใช่ย่อเปล่า
  • ก่อนเลิกวันนั้น สั่งให้เขียนไฟล์สรุปสถานะตามก้อนที่สอง
  • วันรุ่งขึ้นเปิดหน้าต่างใหม่ ให้มันอ่านไฟล์นั้นก่อนแล้วถามว่า "เข้าใจว่าค้างอยู่ตรงไหน" ถ้ามันตอบถูก แปลว่าไฟล์ใช้ได้จริง

ข้อสุดท้ายคือข้อที่พิสูจน์ว่าไฟล์ส่งต่อของเราดีพอไหม และเป็นข้อที่คนข้ามมากที่สุด

สไลด์ 5 — ศัพท์ที่ต้องรู้ในบทนี้

  • Compact ย่อบทสนทนา สรุปของเก่าให้สั้นลง แล้วทำงานต่อในหน้าต่างเดิม
  • Clear ล้างบทสนทนา ลบของเก่าทิ้งทั้งหมด เริ่มจากศูนย์
  • Handoff ไฟล์ส่งต่องาน สรุปสถานะเก็บไว้ ให้รอบหน้าหรือคนอื่นทำต่อได้
  • Auto-compact ย่อเองอัตโนมัติ พื้นที่ใกล้เต็มแล้วระบบย่อให้เองโดยไม่ต้องสั่ง

ของสามอย่างที่ไม่หายไปกับการล้าง คือไฟล์ในโปรเจค ไฟล์กฎประจำร้านตาม บทที่ 27 CLAUDE.md สอน AI ให้รู้จักธุรกิจเรา และไฟล์ส่งต่อที่เราเขียนไว้เอง

นั่นแปลว่าเรื่องไหนที่ต้องรู้ทุกครั้ง ไม่ควรอยู่ในแชท ควรย้ายไปอยู่ในไฟล์ตั้งแต่แรก จะได้ไม่ต้องกลัวการล้างเลย

การส่งงานข้ามหน้าต่างแบบคุยกันสด ๆ เป็นอีกเรื่องหนึ่ง อยู่ที่ บทที่ 28 คุยข้ามหน้าต่างแชท

เช็คลิสต์ก่อนไปบทถัดไป

  • จับอาการได้ว่าเมื่อไหร่ควรเคลียร์ ไม่ใช่ฝืนคุยต่อ
  • แยกออกว่าย่อ ล้าง และเขียนไฟล์ส่งต่อ ใช้คนละสถานการณ์
  • สั่งย่อแบบบอกทิศทางได้ ไม่ใช่ย่อเปล่า
  • เรื่องที่ต้องรู้ทุกครั้ง ย้ายไปอยู่ในไฟล์แล้ว ไม่ได้ฝากไว้ในแชท