คำถามที่เจ็บที่สุดตอนงานพังคือ "เมื่อวานมันยังใช้ได้อยู่เลย แล้วเราแก้อะไรไปบ้าง"
ถ้าไม่เคยเซฟเป็นจุด ๆ ไว้ คำถามนี้ตอบไม่ได้ และต้องไล่แก้ย้อนกลับด้วยความจำล้วน ๆ บทนี้ทำให้คำถามนี้ตอบได้ในสิบวินาที
สไลด์ 1 — แก้จนพัง แล้วจำไม่ได้ว่าแก้อะไรไป
Git คือระบบที่ทำให้เราถ่ายรูปสภาพงานทั้งชุดเก็บไว้ได้ทุกครั้งที่อยากเก็บ
- ทำงานไปเรื่อย ๆ พอถึงจุดที่ใช้ได้ → เซฟไว้เป็นจุด
- แก้ต่อ พังก็ไม่เป็นไร → ย้อนกลับไปจุดที่เซฟไว้
- อยากรู้ว่าเปลี่ยนอะไรไปบ้าง → เปิดประวัติดูทีละจุด
ย้อนกลับได้ ต่อเมื่อเคยเซฟไว้ก่อน จุดที่ไม่ได้เซฟ ย้อนไม่ได้
บทที่ 14 GitHub คืออะไร อธิบายว่าที่เก็บโค้ดออนไลน์คืออะไร บทนี้คือส่วนที่ทำงานอยู่ในเครื่องเรา คือการเซฟและการย้อน ซึ่งใช้ได้แม้ยังไม่ได้เอาขึ้นออนไลน์
สไลด์ 2 — ศัพท์ที่ต้องรู้ในบทนี้
- Commit จุดเซฟ บันทึกสภาพงานทั้งชุด ณ เวลานั้น
- Message ข้อความกำกับจุดเซฟ บอกว่าจุดนี้แก้อะไรไป
- History ประวัติจุดเซฟ รายการจุดเซฟทั้งหมดเรียงตามเวลา
- Restore ย้อนกลับ ดึงไฟล์กลับไปเป็นแบบที่จุดเซฟเก่า
สี่คำนี้คือทั้งหมดที่ต้องรู้ เพื่อกล้าลงมือแก้ของจริง
สไลด์ 3 — สั่งเป็นภาษาคน ไม่ต้องท่องคำสั่ง
จุดที่คนส่วนใหญ่ถอดใจกับ Git คือคำสั่งที่จำยาก แต่ตอนนี้ไม่ต้องจำแล้ว บอก AI เป็นภาษาคนได้เลย
เซฟงานตอนนี้เป็นจุดเซฟ ใส่ข้อความบอกว่าแก้อะไรไปขอดูประวัติจุดเซฟห้าอันล่าสุด พร้อมข้อความของแต่ละอันย้อนไฟล์นี้กลับไปเป็นแบบจุดเซฟก่อนหน้า อย่าแตะไฟล์อื่นบรรทัดสุดท้ายสำคัญมาก เพราะถ้าไม่บอกว่าอย่าแตะไฟล์อื่น บางครั้งจะถูกย้อนกลับทั้งโปรเจค รวมถึงงานดี ๆ ที่เพิ่งทำเสร็จด้วย
ลองทำเลย
ทำวงจรเซฟและย้อนให้ครบหนึ่งรอบวันนี้ จะได้เชื่อมือตัวเอง
- สั่งเซฟจุดเซฟหนึ่งจุด ใส่ข้อความว่า "ก่อนลองแก้หน้าแรก"
- แก้อะไรก็ได้ในหน้าแรกให้เห็นชัด ๆ เช่น เปลี่ยนหัวข้อ
- สั่งดูประวัติ ดูว่าจุดเซฟเมื่อกี้อยู่ในรายการจริง
- สั่งย้อนกลับไปจุดเซฟนั้น แล้วเปิดดูว่าหัวข้อกลับมาเหมือนเดิมไหม
รอบเดียวที่ทำครบนี้ จะเปลี่ยนวิธีทำงานไปทั้งปี เพราะจะกล้าลองมากขึ้น
สไลด์ 4 — กฎสามข้อ ที่ทำให้ย้อนได้จริง
มีจุดเซฟไม่ได้แปลว่าย้อนได้ ต้องเซฟให้ถูกวิธีด้วย
- เซฟก่อนเริ่มแก้ของใหญ่ทุกครั้ง ก่อนให้ AI รื้อหลายไฟล์ ให้เซฟไว้ก่อนหนึ่งจุดเสมอ
- หนึ่งจุดเซฟ เก็บการแก้เรื่องเดียว เซฟรวมสามเรื่องในจุดเดียว เวลาย้อนจะย้อนทิ้งทั้งสามเรื่อง ทั้งที่อยากทิ้งแค่เรื่องเดียว
- ข้อความต้องอ่านย้อนหลังแล้วรู้เรื่อง เขียนว่า "แก้ไข" หรือ "อัปเดต" เท่ากับไม่ได้เขียน ให้เขียนว่าแก้อะไร เช่น "เพิ่มปุ่มสั่งซื้อในหน้าสินค้า"
จุดเซฟที่ตั้งชื่อมั่ว เท่ากับไม่ได้เซฟ เพราะตอนต้องย้อนจริงจะไม่รู้ว่าควรย้อนไปจุดไหน
เช็คลิสต์ก่อนไปบทถัดไป
- เซฟจุดเซฟเองได้ โดยสั่งเป็นภาษาคน
- เปิดดูประวัติจุดเซฟ แล้วอ่านออกว่าแต่ละจุดแก้อะไร
- เคยย้อนไฟล์กลับสำเร็จมาแล้วอย่างน้อยหนึ่งครั้ง
- ติดนิสัยเซฟก่อนเริ่มแก้ของใหญ่




